Monthly Archives: มกราคม 2020

เค้กโบราณหน้าแยมส้ม ทุกคนอาจเคยเห็นเค้กแบบนี้

เค้กโบราณหน้าแยมส้ม ส่วนประกอบและขั้นตอนการทำ

เค้กโบราณหน้าแยมส้ม

เค้กโบราณหน้าแยมส้ม ส่วนประกอบ
แป้งเค้ก 170 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
ไข่ไก่ 5 ฟอง
น้ำตาล 150 กรัม
กลิ่นวานิลา 1 ช้อนชา
เอสพี 15 กรัม
ชอร์ตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าว (ละลาย) 135 กรัม

ส่วนประกอบหน้าแยมส้ม
แยมส้ม 300 กรัม
ท็อปปิ้งส้ม 300 กรัม
น้ำส้ม 20 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา

ส่วนประกอบครีมตกแต่ง
ชอร์ตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าว 120 กรัม
นมผง 20 กรัม
นมข้นหวาน 600 กรัม
สีผสมอาหาร ตามชอบ

วิธีการทำตัวเค้ก
1.ร่อนแป้งและผงฟูรวมกัน เตรียมรอไว้
2.ผสมไข่ไก่รวมทั้งน้ำตาลทราย ตีให้เข้ากัน แล้วทยอยใส่แป้งที่ร่อนไว้ลงไป
3.ใส่กลิ่นวานิลา และเอสพี แล้วตีให้เนียน จากนั้นให้ใส่ ชอร์ตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าว แล้วใช้ไม้พายคนให้เข้ากัน
4.เทแป้งลงแม่พิมพ์ วอร์มเตาอบไว้ที่ 180 องศา เวลา 10 นาที หลังจากนั้นก็นะเข้าเตาอบ 25 นาที

ขั้นตอนการทำหน้าแยมส้ม
ผสมแยมส้ม ท็อปปิ้งส้ม น้ำส้ม รวมทั้งเกลือ ตั้งบนหม้อ เปิดไฟ กวนจนทุกอย่างเหมาะ จากนั้นก็ปิดไฟยกลงจากเตา แล้วตักราดขนมเค้ก

แนวทางการทำครีมตกแต่ง
1.ตีชอร์ตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าว นมผง รวมทั้งนมข้นหวาน ตีให้เข้ากัน แล้วตักแยกเป็นสองชาม
2.บีบสีผสมอาหารแล้วคนให้เข้ากัน ตักใส่ถุงบีบ แล้วบีบแต่งหน้าเค้ก

ที่มา food.mthai

ช็อคบอล หัดทำไว้ก่อนวันวาเลนไทน์

ช็อคบอล ส่วนประกอบและขั้นตอนการทำ

ช็อคบอล

ช็อคบอล ส่วนประกอบ
ผงโกโก้ 5 ช้อนโต๊ะ
เนยสด 1/3 ถ้วย
นมข้นหวาน 3/4 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 3/4 ถ้วย
นมข้นจืด 2 ช้อนโต๊ะ
เนยสด 1/3 ถ้วย
นมข้นหวาน 3/4 ถ้วย
ซอสช็อกโกแลต สำหรับเคลือบช็อคบอล
ช็อกโกแลตชิพ รูปหัวใจ

วิธีการทำ ช็อคบอล
1.ผสมผงโกโก้ เนยสด แล้วก็นมข้นหวาน แล้วนำเข้าไมโครเวฟ ใช้เวลา 2 นาที พอให้เนยละลาย
2.ใส่ไข่ไก่ลงไป ตามด้วยกลิ่นวานิลลา แป้งอเนกประสงค์ และนมข้นจืด คนให้เข้ากัน แล้วก็นำไปใส่ไมโครเวฟ 2 นาที ออกมาก็จะเป็นเค้กช็อกโกแลต
3.นำช้อนส้อมมายีเค้กให้ละเอียด ใส่นมข้นหวาน และเนยสดลงไป ขยำให้เข้ากันจนปั้นได้เป็นก้อน
4.ปั้นช็อกโกแลตเป็นก้อนกลมๆแล้วค่อยนำไปเคลือบด้วยซอสช็อกโลแลต รวมทั้งนำไปกลิ้งบนช็อกโกแลตชิพรูปหัวใจ

ที่มา food.mthai

กล้วยฉาบเคลือบคาราเมล ทำขายเป็นอาชีพเสริมได้

กล้วยฉาบเคลือบคาราเมล ส่วนประกอบและวิธีทำ

กล้วยฉาบเคลือบคาราเมล

กล้วยฉาบเคลือบคาราเมล ส่วนประกอบ
กล้วยน้ำว้าดิบ 24 ลูก
น้ำเย็นผสมน้ำมะนาวเล็กน้อย (สำหรับแช่กล้วย)
น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 80 กรัม
แบะแซ 2 ช้อนชา
วิปครีมชนิดจืด 50 กรัม
เนยสดชนิดเค็ม 30 กรัม
เม็ดมะม่วงหิมพานต์อบสุก 200 กรัม
น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

กระบวนการทำกล้วยฉาบเคลือบคาราเมล
1. นำกล้วยน้ำว้ามาปอก แล้วแช่ลงในน้ำเย็นผสมน้ำมะนาว (เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนสี) พักไว้
2. ฝานกล้วยเป็นชิ้นบางๆแล้วม้วนให้เป็นแท่งกลม วางเรียงใส่ถาด พักไว้ให้กล้วยหมาดๆ
3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืชพอร้อน ใส่กล้วยลงทอดจนกว่าจะเป็นสีเหลืองกรอบ ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน แล้วนำกล้วยที่ทอดชั่ง 300 กรัม
4. ใส่น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี แบะแซ วิปครีม และเนยสดลงในภาชนะ ยกขึ้นตั้งไฟ ต้มจนส่วนประกอบมีลักษณะข้น
5. ใส่กล้วยทอดกับเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไป คลุกเคล้าเบาๆจนเหมาะดี ยกลง พักไว้ให้เย็นสนิท บรรจุใส่ภาชนะ

ที่มา cooking.kapook

ขนมปังกรอบฮอกไกโด อร่อยเนยหนึบฮิตจนหยุดไม่อยู่

ขนมปังกรอบฮอกไกโด วิธีการทำและก็ส่วนประกอบ

ขนมปังกรอบฮอกไกโด

ขนมปังกรอบฮอกไกโด ส่วนประกอบ
ขนมปังแซนวิซ 10 แผ่น
เนยจืด 180 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 160 กรัม
นมข้นหวาน 40 กรัม
ไข่แดง 1 ฟอง
แป้งสาลี 20 กรัม

แนวทางการทำขนมปังกรอบฮอกไกโด
1. นำขนมปังมาผ่าครึ่งจากนั้นก็เอามาผ่าตรงกลางอีกครั้ง เพื่อให้ขนมปังบางลง และนำไปอบด้วยความร้อน 140 องศา เวลา 5 นาที
2. ตีเนยจืดด้วยเครื่องผสมอาหาร จากนั้นก็ทยอยใส่น้ำตาลไอซิ่งลงไป
3. ผสมไข่แดงกับนมข้นก่อน แล้วหลังจากนั้นคอยเทลงไปผสมกับเนย ตีให้เหมาะ เสร็จแล้วก็ใส่แป้งสาลีลงไป ตีให้เนื้อเนียน
4. ทาเนยลงบนขนมปังให้ทั่ว จากนั้นก็นำเข้าเตาอบ 165 องศา 15 นาที
5. เสร็จนำออกมาจากเตาอบ พักให้หายร้อนสักนิดแล้วเรียงในภาชนะสวยๆ

ที่มา food.mthai

ไมโลบอล ยอดฮิตขนมสุดแสนง่ายๆเคี้ยวหนึบหนึบ

ไมโลบอล ขั้นตอนการทำและส่วนประกอบ

ไมโลบอล

ไมโลบอล ส่วนประกอบ
แครกเกอร์ 70 กรัม
ผงไมโล 70 กรัม
นมข้นหวาน 100 กรัม

กระบวนการทำไมโลบอล
1.นำแครกเกอร์มาปั่นให้ละเอียด
2.นำแครกเกอร์แล้วก็ผงไมโลร่อนแล้วมาผสมรวมกัน
3.ใส่นมข้นลงไป คละเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เหมาะ
4.เมื่อเหมาะแล้วคลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหารแช่ตู้เย็น 1 ชั่วโมงให้ขนมเซตตัว
5.เพียงพอครบเวลานำมาตัดแบ่งและปั้นเป็นลูกกลมๆคลุกด้วยผงไมโลอีกครั้ง
6.พร้อมจัดเสิร์ฟได้เลย

ที่มา cooking.kapook

ชิฟฟ่อนขนมเค้กทองหยอด สำหรับคนชอบของหวานทางนี้เลย

ชิฟฟ่อนขนมเค้กทองหยอด ส่วนประกอบรวมทั้งขั้นตอนการทำ

ชิฟฟ่อนขนมเค้กทองหยอด

ชิฟฟ่อนขนมเค้กทองหยอด ส่วนประกอบ
ส่วนประกอบ ไข่แดง
ไข่แดง (เบอร์ 2) 3 ฟอง
น้ำตาล 30 กรัม
น้ำมันรำข้าว 40 กรัม
น้ำหรือนมจืด 60 กรัม
แป้งเค้ก 80 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา

สีผสมอาหารสีเหลือง
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
ส่วนประกอบ ไข่ขาว
ไข่ขาว (เบอร์ 2) 3 ฟอง
ครีมออฟทาร์ทาร์ 1/2 ช้อนชา
น้ำตาล 60 กรัม

ส่วนประกอบ ครีม
วิปปิ้งครีม 150 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 15 กรัม

แนวทางการทำชิฟฟ่อนขนมเค้กทองหยอด
1.ทำส่วนผสมไข่แดงโดยตีไข่แดงกับน้ำตาลทรายพอเข้ากันแล้วใส่น้ำมันรำข้าว น้ำ รวมทั้งกลิ่นวานิลลาลงไป ตีกระทั่งเข้ากันดี
2.ร่อนแป้งกับผงฟูลงไปในชามผสม ตะล่อมจนเข้ากัน แต่อย่านานมากสักครู่ขนมเค้กจะเหนียว
3.แล้วใส่สีผสมอาหารสีเหลืองลงไป
4.ทำส่วนประกอบไข่ขาวโดยตีไข่ขาวกระทั่งเป็นฟองหยาบแล้วใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ตีพอเพียงเข้ากัน จากนั้นทยอยใส่น้ำตาลลงไป แบ่งใส่สัก 3 ครั้ง ตีจนถึงตั้งยอดอ่อน-กลาง
5.ตักไข่ขาวนิดหน่อยใส่ชามไข่แดงที่ผสมไว้ ตะล่อมเบาๆจนกระทั่งเข้ากัน เพียงพอเข้ากันรวมทั้งใส่ที่เหลือลงไปกล่อมจนเนียนเหมาะ
6.เทใส่พิมพ์ เคาะไล่ฟองอากาศ หลังจากนั้นนำไปอบที่อุณหภูมิ 170-180 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20-25 นาที เปิดไฟบน-ล่าง พออบเสร็จก็พักจนเย็นสนิท
7.ทำส่วนประกอบครีมโดยตีวิปปิ้งครีมกับไอซิ่งจนกระทั่งตั้งยอด เพียงพอขนมเค้กเย็นปาดครีมลงไปให้ทั่ว ตัดแต่งข้างๆให้เกิดความสวยสดงดงาม ตัดขนาดตามถูกใจ ตกแต่งด้วยทองหยอดข้างบน
8.เสร็จแล้วจัดแต่งเป็นระเบียบเรียบร้อยพร้อมเซิร์ฟ

ที่มา cooking.kapook

ฝักบัวใบเตย ขนมไทยโบราณในวัยเด็ก

ฝักบัวใบเตย วิธีการเตรียมส่วนประกอบและขั้นตอนการทำ

ฝักบัวใบเตย

ฝักบัวใบเตย ส่วนประกอบ
แป้งข้าวเจ้า ถ้วย
แป้งข้าวเหนียว ถ้วย
แป้งอเนกประสงค์ ถ้วย
น้ำตาล 1/2 ถ้วย
น้ำใบเตย ถ้วย
กะทิ ถ้วย
น้ำมันรำข้าว

ฝักบัวใบเตยขั้นตอนการทำ
1.
ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว และก็แป้งอเนกประสงค์
2.
ผสมน้ำตาล น้ำใบเตย แล้วก็กะทิ คนจะกว่าจะเข้ากัน แล้วทิ้งเอาไว้ ชั่วโมง
3.
เมื่อหมักแป้งครบเวลาแล้ว ตั้งกระทะ เทน้ำมันให้ท่วม (ใช้กระทะใบเล็ก)
4.
น้ำมันร้อนแล้วตักแป้งลงไป ทอดให้สุกทั้งสองด้าน ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันแล้วจัดเสิร์ฟทันที

ที่มา food.mthai

ตัวหนอนไส้สับปะรด ของหวานย้อนวัย

ตัวหนอนไส้สับปะรด อร่อยเพลิดเพลินๆ

ตัวหนอนไส้สับปะรด

ตัวหนอนไส้สับปะรด ส่วนประกอบ
ส่วนที่ 1 ไส้สับปะรด
สับปะรด (ขูด) 1500 กรัม
น้ำตาล 300 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ส่วนที่ 2 ตัวคุกกี้
ชอร์ตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าว 300 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
ผงฟู 2 ช้อนชา
ไข่ไก่ (เบอร์ 0) 1 ฟอง
แป้งเค้ก 500 กรัม

กระบวนการทำตัวหนอนไส้สับปะรด
1. เทสับปะรดขูดลงไปในกระทะ ตามด้วยน้ำตาลรวมทั้งเกลือ ผัดจนกระทั่งเหนียวแล้วก็ปั้นได้
2. ผสมชอร์ตเทนนิ่งน้ำมันรำข้าว น้ำตาลไอซิ่ง กลิ่นวานิลลา ผงฟู ไข่ไก่ รวมทั้งแป้งเค้ก ระหว่างที่ใส่วัตถุดิบลงไปแต่ละส่วนให้ตีก่อนหนึ่งรอบ แล้วต่อจากนั้นก็นวดด้วยมือให้แป้งเนียน แล้วน้ำปแช่เย็น 1 ชั่วโมง
3. นำแป้งออกมาปั้นแล้วใส่ไส้ลงไปตรงกลาง ปั้นให้เป็นแนวยาวตามรูปตัวหนอน
4. นำตัวขนมมากดกับพิมพ์ กดให้เป็นรอยหยัก ถ้าเกิดต้องการตกแต่งให้เป็นตัวหนอนจริงๆก็นำงาดำ ติดให้เป็นดวงตาของหนอน
5. นำไปอบด้วยอุณภูมิ 160 องศา ใช้เวลา 5 นาที เสร็จแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำออกมาพักให้หายร้อน พอเพียงอุ่นๆก็จัดเสิร์ฟหรือวางเรียงใส่กล่องได้เลย

ที่มา food.mthai

มะพร้าวแก้วใบเตย ขนมหวานสูตรโบราณ

ส่วนประกอบสำหรับทำ มะพร้าวแก้วใบเตย

มะพร้าวแก้วใบเตย

มะพร้าวแก้วใบเตย ส่วนผสม

เนื้อมะพร้าวขูดเป็นเส้นๆ1 ถ้วย
น้ำตาลปีบ 1 ถ้วยตวง
เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
ใบเตย 1 กำ หั่นเป็นท่อนๆ

วิธีการทำ มะพร้าวแก้วใบเตย
เตรียม น้ำใบเตย ก่อน โดยนำใยเตยไปปั่นในน้ำแล้วก็เอามาคั้นแล้วก็กรองมัวแต่น้ำในเตย จะได้สีเขียวแบบธรรมชาติ
บดน้ำตาลกับเกลือให้น้ำตาลเหนียวแล้วต่อจากนั้นนำน้ำใบเตยลงไปผสม จะได้น้ำตาลหวานๆสีเขียว เคี้ยวต่อให้น้ำตาลงง่วน รวมทั้ง เหนียว
นำ เส้นมะพร้าวขูด ลงไปคลุกเคล้ากับน้ำตาล
นำ เส้นมะพร้าว ที่คลุกน้ำตาลมาปั้นเป็นชิ้น ตากลมให้แห้ง มะพร้าวจะจับตัวเป็นก้อน สามารถรับประทานได้

ที่มา nlovecooking

สับปะรดกวน ทำรับประทานเองได้ที่บ้าน

สับปะรดกวน รับประกันสูตรนี้ไม่หวานมากและก็เนื้อเนียนอร่อย

สับปะรดกวน ส่วนประกอบ
สับปะรด 1 ลูก (หนักโดยประมาณ 650 กรัม)
น้ำตาล 85 กรัม
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีการทำสับปะรดกวน
1.ปอกเปลือกสับปะรด และหั่นสับปะรดให้เป็นชิ้นเล็กๆอย่าลืมเอาแกนกลางของสับปะรดออก
2.ใช้เครื่องปั่นอาหารแบบมือถือหรือจัดโต๊ะก็ได้ค่ะ ปั่นให้ละเอียด
3.นำสับปะรดมากรองน้ำสับปะรดออก 100 กรัม แล้วนำสับปะรดมาใส่หม้อ เปิดไฟเพื่อกวนสับปะรด โดยใช้ไฟปานกลาง
4.ภายหลังตั้งไฟประมาณ 10 นาที ใส่น้ำตาลลงไป คนให้เข้ากัน
5.ใส่น้ำมะนาวลงไป คนเรื่อยๆปรับไฟอ่อนลงเพื่อไม่ให้สับปะรดไหม้ คนจนสับปะรดมีสีทอง หรือเริ่มแห้งติดกระทะ ปิดไฟ ยกลง

ที่มา cooking.kapook