Monthly Archives: ธันวาคม 2019

ของหวานถั่วทอง นิยมใช้ในงานมงคล

ของหวานถั่วทอง ขนมไทยโบราณ

ของหวานถั่วทอง

ส่วนประกอบสำหรับทำ ของหวานถั่วทอง

ถัวเขียวซีก 1 โล
น้ำตาลปีบ 700 กรัม
น้ำกะทิ 700 กรัม
เกลือ 1 ช้อนชา
เนื้อมะพราวทึนทึกขูด 1 ลูก

วิธีการทำของหวานถั่วทอง

ล้าง ถั่วเขียว ให้สะอาด จากนั้นนำไปแช่น้ำ 3 ชั่วโมง หลังจากแช่น้ำผ่านไป 3 ชั่วโมง นำ ถั่วเขียว ไปนึ่งให้สุก ราว 20 นาที
นำเนื้อ ถั่วเขียว นึ่งมาบดให้ละเอียดจนเป็นผง แล้วหลังจากนั้น ทำการปรุงรส
ตั้ง กระทะทองเหลือง นำ ถั่วเขียวบด ลงไป ปรุงรสด้วย น้ำกะทิ น้ำตาล เกลือ รวมทั้ง เนื้อมะร้าวขูด หลังจากนั้น กวนส่วนประกอบทั้งสิ้นด้วยไฟอ่อนๆประมาณ 2 ชั่วโมง สังเกตุให้ดูที่เนื้อมะพร้าวขูด จะเป็นผงเนื้อเดียวกับเนื้อถั่วเขียว แสดงว่าได้ที่แล้ว
นำ ถั่วเขียวกวน ไปอบควันเทียนให้ความหอมของของหวาน
ต่อจากนั้นนำเนื้อ ถั่วเขียวกวน มา กดบนแม่พิมพ์ เท่านี้ ก็จะได้ ของหวานถั่วทองแสนอร่อย

ที่มา nlovecooking

ขนมตะโก้เผือก เคล็ดลับความอร่อยของขนมตะโก้

ขนมตะโก้เผือก สูตรโบราณพร้อมขั้นตอนการทำ

ขนมตะโก้เผือก

ขนมตะโก้เผือก ส่วนประกอบสำหรับทำ
แป้งข้าวเจ้า 1 กิโลกรัม
แป้งมัน 1 ทัพพี ( สำหรับผสมแป้ง )
น้ำเปล่า 1 ลิตร
น้ำตาล 8 ช้อนโต้ะ ( สำหรับผสมแป้ง )
เผือก หั่นลูกเต๋า 1 ถ้วย
หางกะทิ 1 ถ้วย
หัวกะทิ 1 ถ้วย
แป้งข้าวโพด 1 ทัพพี
แป้งมัน 1 ช้อนชา ( สำหรับผสมกะทิ )
เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
กระทงสำหรับใส่ขนมตะโก้

ขั้นตอนการทำขนมตะโก้เผือก
เตรียมเผือก ด้วยการ นำเผือกไปนึ่ง โดยประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นเอามาพักเอาไว้ก่อน
เตรียม แป้งขนมตะโก้ โดย ตั้งหม้อ ความร้อนอ่อน แล้ว ใส่ แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และ น้ำเปล่า ลงไปกวน ต่อจากนั้นแต่งรสด้วยน้ำตาง กวนไปเรื่อยจนกระทั่งเนื้อแป้ง เป็นเหมือนเจล
แล้วใส่ เผือก ลงไปผสมกับแป้ง กวนให้ เผือก กระจายทั่วแป้ง
ตักแป้งลงใน กระทงขนมตะโก้ ใส่ให้เต็ม กระทง แล้วต่อจากนั้นพักเอาไว้ก่อน รอโรยหน้า น้ำกะทิ
เตรียม น้ำกะทิสำหรับราดขนมตะโก้ ให้ ผสม หัวกะทิ หางน้ำกะทิ น้ำตาล เกลือ แป้งข้าวโพด แล้วก็ แป้งมัน ผสมให้ส่วนประกอบละลายเข้ากัน
แล้วหลังจากนั้นนำไปตุ๋น เป็น นำหม้อต้มน้ำ แล้วหลังจากนั้น นำแพทย์ที่ผสมน้ำกะทิ ลงในหมอน้ำร้อน ให้ หม้อน้ำกะทิได้รับความร้อนจากน้ำเดือด หลังจากนั้น กวนน้ำกะทิไปเรื่อยๆให้เนื้อน้ำกะทิเป็นเจล เหนียว
ราดกะทิลงบน กระทงขนมตะโก้ รายสักสามชั้น โดยให้ใช้แรกเซ็ตตัวก่อน จึงค่อยราดชั้นต่อไปเสร็จ ขนมตะโก้ พร้อมกิน

ที่มา nlovecooking

กล้วยเชื่อม ขนมพื้นบ้าน พร้อมวิธีการทำ

กล้วยเชื่อม ขนมหวาน

กล้วยเชื่อม

กล้วยเชื่อม ส่วนประกอบสำหรับทำ
กล้วยน้ำหว้า 1 หวี
น้ำตาลทราย ครึ่งโล
น้ำตาลปี๊บ ครึ่งโล
น้ำเปล่า 1 ลิตร
เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปูนใส 2 ลิตร

ขั้นตอนการทำขนมกล้วยเชื่อม
เริ่มที่การนำกล้วยมาปลอกเปลือกก่อน รวมทั้งเอามาหัั่นให้เป็นชื้นขนาดพอดิบพอดีคำ หรือ จะเอามาเชื่อมแบบเป็นลูกๆเลยก็ได้
นำกล้วยมาแช่ลงไปภายในน้ำปุนใส 1 ชั่วโมง ต่อจากนั้นให้เอามาล้างน้ำ เพื่อน้ำปูนในออกหมดก่อน
เตรียมน้ำเชื่อม โดยตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่ น้ำตาล น้ำตาลปี๊บ รวมทั้ง เกลือ ลงไป เคี่ยวน้ำเชื่อมด้วยไฟอ่อนๆ
จากนั้นใส่ กล้วยลงไปเชื่อมในน้ำตาล ต้มด้วยไฟอ่อนๆจนกระทั้งน้ำตาลเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลแกง โดยขั้นตอนนี้ให้สังเกตุที่น้ำเชื่อมว่าอย่าให้แห้งเกินไป
เมื่อกล้วยถึงที่กะไว้ ให้ปิดไฟ และ ทิ้งให้กล้วยเย็น กล้วยจะซึมซับน้ำตาลจนได้ความหวานอร่อย เพียงเท่านี้ก้สามารถ เสริฟกินได้
สำหรับการเสริฟกล้วยเชื่อม สามารถราดน้ำกะทิ หรือ รับประทานแบบกล้วยเชื่อมธรรมดา

ที่มา nlovecooking

วุ้นเม็ดแมงลัก หวานละมุนอร่อยเพลิน

วุ้นเม็ดแมงลัก ส่วนประกอบรวมทั้งวิธีทำ

วุ้นเม็ดแมงลัก

วุ้นเม็ดแมงลัก ส่วนประกอบ

• ผงวุ้น 2 ช้อนชา
• น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง (สำหรับผสมทำตัววุ้น)
• น้ำหวานเข้มข้น (เลือกตามชอบ) 2 ถ้วยตวง
• เม็ดแมงลัก 1-2 ช้อนโต๊ะ
• พิมพ์วุ้น

แนวทางการทำวุ้นเม็ดแมงลัก

1. แช่เม็ดแมงลักในน้ำกินจนถึงพอง เตรียมไว้
2. ต้มน้ำกระทั่งเดือดแล้วใส่ผงวุ้นลงไปต้มจนถึงละลาย ยกลงจากเตา พักไว้สักครู่พอให้คลายความร้อน
3. ใส่น้ำหวานตามชอบลงไปคนผสมให้เข้ากัน และก็ตามด้วยเม็ดแมงลักที่แช่น้ำไว้แล้วตักใส่พิมพ์ นำไปแช่เย็นจนวุ้น

ที่มา cooking.kapook

ช่อง 3 รับโล่เกียรติยศเชิดชูเกียรติ

ช่อง 3 ผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อการศึกษาไทย ในฐานะองค์กรผู้ร่วมขับเคลื่อนสร้างวัฒนธรรม

ช่อง 3

ช่อง 3 เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. 2562 สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดย คุณสุภิดา ฉัตราภิรักษา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายโปรโมท ผู้แทนสถานีฯ ร่วมพิธีการเปิดการฝึกฝนเชิงปฏิบัติการ โครงการสานอนาคตการศึกษา –คอนเน็กซ์ อีดี “CONNEXT ED Workshop 2019 : The Future of Education” รายปี 2562 พร้อมรับมอบ
“โล่เกียรติยศเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อการเรียนรู้ไทย” จากคุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว

ต่อเนื่องจากปี 2559 รัฐบาลได้ประกาศหลักการ “สานพลังประชารัฐ” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชนสังคม และภาคเอกชน เกิดเป็นโครงการ “สานอนาคตการศึกษาเล่าเรียน-คอนเน็กซ์ อีดี” เพื่อผนึกกำลังทุกภาคส่วนด้วยกันเคลื่อนการยกฐานะประสิทธิภาพการจัดการศึกษาไทย พร้อมพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะแล้วก็จิตสาธารณะเพื่อสานต่อแผนการการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน รวมทั้งเจตนารมณ์ของการขยายหน้าที่ความร่วมมือ เพื่อยกฐานะศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยให้เป็นทั้ง “คนดี-คนเก่ง”

ในการนี้ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในนาม บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นความสำคัญและได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแผนการฯ โดยมุ่งหมายที่จะใช้ทรัพยากร และก็ความสามารถที่มีในการร่วมส่งเสริมและเกื้อหนุนการขับเคลื่อนการยกระดับการศึกษาไทยให้เกิดประโยชน์อย่างมากสุด

โดยบรรยากาศในงานเริ่มด้วยการแสดง “สานพลัง-สานอนาคต” โดยผู้แทนเด็กนักเรียนสถานศึกษาประชาชนเมือง หลังจากนั้น คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ หัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การยกฐานะการจัดการเล่าเรียนไทยในอนาคต” และก็รายงานผลของการดำเนินโครงงานหัวหน้าเพื่อการวิวัฒนาการเรียนรู้ที่ยืนนาน โดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ หัวหน้าคณะทำงานภาคเอกชน หลังจากนั้นฟังเสียงตอบรับจากในความร่วมแรงร่วมมือจาก ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู นักเรียนที่ร่วมโครงงาน และ School Partner จากหน่วยงานต่างๆซึ่งเป็นไปในแนวทางที่ดี สถานศึกษามีการปรับปรุงเจ้าหน้าที่ รวมทั้งแนวทางสอนเพื่อเกิดคุณประโยชน์สูงสุดและก็เป็นไปอย่างมีคุณภาพ เด็กนักเรียนส่งผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีรวมทั้งเป็นสุข ตลอดจน School partner กำเนิดความภาคภูมิที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประสิทธิภาพการศึกษาไทย แล้วปิดท้ายด้วย “พิธีมอบโล่เกียรติยศ เชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อการเรียนรู้ไทย” ให้กับ 33 หน่วยงานภาคเอกชน โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมเข้ารับ “โล่เกียรติยศเชิดชูเกียรติผู้กระทำคุณประโยชน์เพื่อการศึกษาไทย” ในฐานะหน่วยงานผู้ร่วมขับเคลื่อนสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ด้านการเปิดเผยแพร่โปรโมทแผนการในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ช่อง 3 จะยังคงตั้งใจจริงสำหรับในการดำเนินกิจการพร้อมกันไปกับการตอบแทนและประดิษฐ์สิ่งที่ดีให้กับสังคม ในฐานะหน่วยงานธุรกิจ และในฐานะสื่อมงลชนที่มีหน้าที่ต่อผู้ชม สังคม รวมทั้งประเทศถัดไป

ที่มา ch3thailand