ของหวานถั่วทอง นิยมใช้ในงานมงคล

ของหวานถั่วทอง ขนมไทยโบราณ

ของหวานถั่วทอง

ส่วนประกอบสำหรับทำ ของหวานถั่วทอง

ถัวเขียวซีก 1 โล
น้ำตาลปีบ 700 กรัม
น้ำกะทิ 700 กรัม
เกลือ 1 ช้อนชา
เนื้อมะพราวทึนทึกขูด 1 ลูก

วิธีการทำของหวานถั่วทอง

ล้าง ถั่วเขียว ให้สะอาด จากนั้นนำไปแช่น้ำ 3 ชั่วโมง หลังจากแช่น้ำผ่านไป 3 ชั่วโมง นำ ถั่วเขียว ไปนึ่งให้สุก ราว 20 นาที
นำเนื้อ ถั่วเขียว นึ่งมาบดให้ละเอียดจนเป็นผง แล้วหลังจากนั้น ทำการปรุงรส
ตั้ง กระทะทองเหลือง นำ ถั่วเขียวบด ลงไป ปรุงรสด้วย น้ำกะทิ น้ำตาล เกลือ รวมทั้ง เนื้อมะร้าวขูด หลังจากนั้น กวนส่วนประกอบทั้งสิ้นด้วยไฟอ่อนๆประมาณ 2 ชั่วโมง สังเกตุให้ดูที่เนื้อมะพร้าวขูด จะเป็นผงเนื้อเดียวกับเนื้อถั่วเขียว แสดงว่าได้ที่แล้ว
นำ ถั่วเขียวกวน ไปอบควันเทียนให้ความหอมของของหวาน
ต่อจากนั้นนำเนื้อ ถั่วเขียวกวน มา กดบนแม่พิมพ์ เท่านี้ ก็จะได้ ของหวานถั่วทองแสนอร่อย

ที่มา nlovecooking

ขนมตะโก้เผือก เคล็ดลับความอร่อยของขนมตะโก้

ขนมตะโก้เผือก สูตรโบราณพร้อมขั้นตอนการทำ

ขนมตะโก้เผือก

ขนมตะโก้เผือก ส่วนประกอบสำหรับทำ
แป้งข้าวเจ้า 1 กิโลกรัม
แป้งมัน 1 ทัพพี ( สำหรับผสมแป้ง )
น้ำเปล่า 1 ลิตร
น้ำตาล 8 ช้อนโต้ะ ( สำหรับผสมแป้ง )
เผือก หั่นลูกเต๋า 1 ถ้วย
หางกะทิ 1 ถ้วย
หัวกะทิ 1 ถ้วย
แป้งข้าวโพด 1 ทัพพี
แป้งมัน 1 ช้อนชา ( สำหรับผสมกะทิ )
เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
กระทงสำหรับใส่ขนมตะโก้

ขั้นตอนการทำขนมตะโก้เผือก
เตรียมเผือก ด้วยการ นำเผือกไปนึ่ง โดยประมาณ 10 นาที หลังจากนั้นเอามาพักเอาไว้ก่อน
เตรียม แป้งขนมตะโก้ โดย ตั้งหม้อ ความร้อนอ่อน แล้ว ใส่ แป้งข้าวเจ้า แป้งมัน และ น้ำเปล่า ลงไปกวน ต่อจากนั้นแต่งรสด้วยน้ำตาง กวนไปเรื่อยจนกระทั่งเนื้อแป้ง เป็นเหมือนเจล
แล้วใส่ เผือก ลงไปผสมกับแป้ง กวนให้ เผือก กระจายทั่วแป้ง
ตักแป้งลงใน กระทงขนมตะโก้ ใส่ให้เต็ม กระทง แล้วต่อจากนั้นพักเอาไว้ก่อน รอโรยหน้า น้ำกะทิ
เตรียม น้ำกะทิสำหรับราดขนมตะโก้ ให้ ผสม หัวกะทิ หางน้ำกะทิ น้ำตาล เกลือ แป้งข้าวโพด แล้วก็ แป้งมัน ผสมให้ส่วนประกอบละลายเข้ากัน
แล้วหลังจากนั้นนำไปตุ๋น เป็น นำหม้อต้มน้ำ แล้วหลังจากนั้น นำแพทย์ที่ผสมน้ำกะทิ ลงในหมอน้ำร้อน ให้ หม้อน้ำกะทิได้รับความร้อนจากน้ำเดือด หลังจากนั้น กวนน้ำกะทิไปเรื่อยๆให้เนื้อน้ำกะทิเป็นเจล เหนียว
ราดกะทิลงบน กระทงขนมตะโก้ รายสักสามชั้น โดยให้ใช้แรกเซ็ตตัวก่อน จึงค่อยราดชั้นต่อไปเสร็จ ขนมตะโก้ พร้อมกิน

ที่มา nlovecooking

กล้วยเชื่อม ขนมพื้นบ้าน พร้อมวิธีการทำ

กล้วยเชื่อม ขนมหวาน

กล้วยเชื่อม

กล้วยเชื่อม ส่วนประกอบสำหรับทำ
กล้วยน้ำหว้า 1 หวี
น้ำตาลทราย ครึ่งโล
น้ำตาลปี๊บ ครึ่งโล
น้ำเปล่า 1 ลิตร
เกลือ 1 ช้อนโต้ะ
น้ำปูนใส 2 ลิตร

ขั้นตอนการทำขนมกล้วยเชื่อม
เริ่มที่การนำกล้วยมาปลอกเปลือกก่อน รวมทั้งเอามาหัั่นให้เป็นชื้นขนาดพอดิบพอดีคำ หรือ จะเอามาเชื่อมแบบเป็นลูกๆเลยก็ได้
นำกล้วยมาแช่ลงไปภายในน้ำปุนใส 1 ชั่วโมง ต่อจากนั้นให้เอามาล้างน้ำ เพื่อน้ำปูนในออกหมดก่อน
เตรียมน้ำเชื่อม โดยตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่ น้ำตาล น้ำตาลปี๊บ รวมทั้ง เกลือ ลงไป เคี่ยวน้ำเชื่อมด้วยไฟอ่อนๆ
จากนั้นใส่ กล้วยลงไปเชื่อมในน้ำตาล ต้มด้วยไฟอ่อนๆจนกระทั้งน้ำตาลเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลแกง โดยขั้นตอนนี้ให้สังเกตุที่น้ำเชื่อมว่าอย่าให้แห้งเกินไป
เมื่อกล้วยถึงที่กะไว้ ให้ปิดไฟ และ ทิ้งให้กล้วยเย็น กล้วยจะซึมซับน้ำตาลจนได้ความหวานอร่อย เพียงเท่านี้ก้สามารถ เสริฟกินได้
สำหรับการเสริฟกล้วยเชื่อม สามารถราดน้ำกะทิ หรือ รับประทานแบบกล้วยเชื่อมธรรมดา

ที่มา nlovecooking

วุ้นเม็ดแมงลัก หวานละมุนอร่อยเพลิน

วุ้นเม็ดแมงลัก ส่วนประกอบรวมทั้งวิธีทำ

วุ้นเม็ดแมงลัก

วุ้นเม็ดแมงลัก ส่วนประกอบ

• ผงวุ้น 2 ช้อนชา
• น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง (สำหรับผสมทำตัววุ้น)
• น้ำหวานเข้มข้น (เลือกตามชอบ) 2 ถ้วยตวง
• เม็ดแมงลัก 1-2 ช้อนโต๊ะ
• พิมพ์วุ้น

แนวทางการทำวุ้นเม็ดแมงลัก

1. แช่เม็ดแมงลักในน้ำกินจนถึงพอง เตรียมไว้
2. ต้มน้ำกระทั่งเดือดแล้วใส่ผงวุ้นลงไปต้มจนถึงละลาย ยกลงจากเตา พักไว้สักครู่พอให้คลายความร้อน
3. ใส่น้ำหวานตามชอบลงไปคนผสมให้เข้ากัน และก็ตามด้วยเม็ดแมงลักที่แช่น้ำไว้แล้วตักใส่พิมพ์ นำไปแช่เย็นจนวุ้น

ที่มา cooking.kapook

ช่อง 3 รับโล่เกียรติยศเชิดชูเกียรติ

ช่อง 3 ผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อการศึกษาไทย ในฐานะองค์กรผู้ร่วมขับเคลื่อนสร้างวัฒนธรรม

ช่อง 3

ช่อง 3 เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พ.ย. 2562 สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดย คุณสุภิดา ฉัตราภิรักษา ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายโปรโมท ผู้แทนสถานีฯ ร่วมพิธีการเปิดการฝึกฝนเชิงปฏิบัติการ โครงการสานอนาคตการศึกษา –คอนเน็กซ์ อีดี “CONNEXT ED Workshop 2019 : The Future of Education” รายปี 2562 พร้อมรับมอบ
“โล่เกียรติยศเชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อการเรียนรู้ไทย” จากคุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม เซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว

ต่อเนื่องจากปี 2559 รัฐบาลได้ประกาศหลักการ “สานพลังประชารัฐ” เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชนสังคม และภาคเอกชน เกิดเป็นโครงการ “สานอนาคตการศึกษาเล่าเรียน-คอนเน็กซ์ อีดี” เพื่อผนึกกำลังทุกภาคส่วนด้วยกันเคลื่อนการยกฐานะประสิทธิภาพการจัดการศึกษาไทย พร้อมพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะแล้วก็จิตสาธารณะเพื่อสานต่อแผนการการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน รวมทั้งเจตนารมณ์ของการขยายหน้าที่ความร่วมมือ เพื่อยกฐานะศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยให้เป็นทั้ง “คนดี-คนเก่ง”

ในการนี้ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในนาม บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เล็งเห็นความสำคัญและได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแผนการฯ โดยมุ่งหมายที่จะใช้ทรัพยากร และก็ความสามารถที่มีในการร่วมส่งเสริมและเกื้อหนุนการขับเคลื่อนการยกระดับการศึกษาไทยให้เกิดประโยชน์อย่างมากสุด

โดยบรรยากาศในงานเริ่มด้วยการแสดง “สานพลัง-สานอนาคต” โดยผู้แทนเด็กนักเรียนสถานศึกษาประชาชนเมือง หลังจากนั้น คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ หัวหน้าคณะทำงานภาครัฐ กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การยกฐานะการจัดการเล่าเรียนไทยในอนาคต” และก็รายงานผลของการดำเนินโครงงานหัวหน้าเพื่อการวิวัฒนาการเรียนรู้ที่ยืนนาน โดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ หัวหน้าคณะทำงานภาคเอกชน หลังจากนั้นฟังเสียงตอบรับจากในความร่วมแรงร่วมมือจาก ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู นักเรียนที่ร่วมโครงงาน และ School Partner จากหน่วยงานต่างๆซึ่งเป็นไปในแนวทางที่ดี สถานศึกษามีการปรับปรุงเจ้าหน้าที่ รวมทั้งแนวทางสอนเพื่อเกิดคุณประโยชน์สูงสุดและก็เป็นไปอย่างมีคุณภาพ เด็กนักเรียนส่งผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีรวมทั้งเป็นสุข ตลอดจน School partner กำเนิดความภาคภูมิที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาประสิทธิภาพการศึกษาไทย แล้วปิดท้ายด้วย “พิธีมอบโล่เกียรติยศ เชิดชูเกียรติผู้ทำคุณประโยชน์เพื่อการเรียนรู้ไทย” ให้กับ 33 หน่วยงานภาคเอกชน โดยสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ร่วมเข้ารับ “โล่เกียรติยศเชิดชูเกียรติผู้กระทำคุณประโยชน์เพื่อการศึกษาไทย” ในฐานะหน่วยงานผู้ร่วมขับเคลื่อนสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ด้านการเปิดเผยแพร่โปรโมทแผนการในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ช่อง 3 จะยังคงตั้งใจจริงสำหรับในการดำเนินกิจการพร้อมกันไปกับการตอบแทนและประดิษฐ์สิ่งที่ดีให้กับสังคม ในฐานะหน่วยงานธุรกิจ และในฐานะสื่อมงลชนที่มีหน้าที่ต่อผู้ชม สังคม รวมทั้งประเทศถัดไป

ที่มา ch3thailand

โลรองต์ ไซมอนส์ บัณฑิตอายุน้อยที่สุดในโลก

โลรองต์ ไซมอนส์ เป้าหมายของผมเป็น การยืดอายุของคน

โลรองต์

เขาเริ่มเรียนชั้นประถม ตอนอายุ 4 ขวบ เมื่อก่อนที่เพื่อนร่วมห้องจะได้เข้าเรียนมัธยม โลรองต์ ไซมอนส์ กำลังจะจบปริญญาตรี ด้วยวัยเพียงแค่ 9 ขวบ

เด็กอัจฉริยะจากเบลเยียม ใช้เวลา 1 ปี สำหรับการจบเปรียญ 1 ราวกับผู้เรียนส่วนใหญ่ แต่ในปีถัดมา เขาใช้เวลา 1 ปี จบการศึกษาหลักสูตร ป.2 ถึง ป.6

ตอนอายุ 6 ขวบ เขาเข้าห้องเรียนระดับมัธยม และก็จบการศึกษาภายในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 18 เดือน จากที่เด็กธรรมดาจะต้องใช้เวลาเรียน 6 ปี แล้วหลังจากนั้นเขาก็พักเป็นช่วงเวลาสั้นๆ

ตอนอายุ 8 ขวบ เขาเว้นวรรคการศึกษาเล่าเรียนไป 1 ปี เพื่อพักอยู่บ้าน แล้วเมื่อ 8 เดือนที่แล้ว เขาก็สมัครเรียนระดับมหาวิทยาลัย จบปริญญาตรีภายในช่วงเวลา 9 เดือน

โลรองต์ สนใจเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยร่างกายมนุษย์ เขาก็เลยทำโครงการเพื่อสำเร็จการศึกษาเกี่ยวกับชิปไฟฟ้าที่เชื่อมต่อกับสมอง ชิปดังกล่าว สามารถใช้วัดแล้วก็ดูเซลล์ประสาทหลายพันเซลล์ในเวลาเดียวกัน

เขามาจากครอบครัวแพทย์ รวมทั้งต้องการเรียนต่อด้านแพทย์และทำปริญญาเอกด้วย

แต่ว่าเขามีเป้าหมายไกลไปกว่าการได้รับการรับรองทางวิชาการ

“เป้าหมายของผมเป็น การสร้างอวัยวะเทียม” เด็กชายวัย 9 ขวบ กล่าว

อวัยวะเทียม เป็นอุปกรณ์ที่มนุษย์ผลิตขึ้น ซึ่งในอนาคตบางทีอาจนำไปใช้แทนอวัยวะภายในร่างกายมนุษย์ได้ ดังเช่น หัวใจหรือไต ทำให้ไม่จำเป็นต้องรับบริจาคอวัยวะ

“เป้าหมายของผมคือ การยืดอายุของคน” โลรองต์ กล่าว

ที่มา bbc

นายกรัฐมนตรี ต้อนรับ Carrie Lam ให้กำลังใจทุกฝ่ายแก้ประชุมประเทศฮ่องกงอย่างสงบ

นายกรัฐมนตรี ต้อนรับผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกง พร้อมร่วมเร่งรัดเชื่อมโยงเชิงที่มีความสำคัญในการรบเพื่อได้ผลเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม พร้อมให้กำลังใจทุกฝ่ายปรับปรุงแก้ไขเหตุการณ์ประชุมในประเทศฮ่องกงอย่างสันติวิธี

วันที่ 29 เดือนพฤศจิกายน 2562 นาง Carrie Lam ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกง (Chief Executive of the Hong Kong Special Administrative Region) เข้าเลิศทำความเคารพ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชะ นายกฯแล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในจังหวะเดินทางเยี่ยมไทยอย่างเป็นทางการ ณ ห้องสีงา อาคารไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญดังต่อไปนี้

พลเอกประยุทธ์ กล่าวต้อนรับแล้วก็ดีอกดีใจที่ได้ได้โอกาสเจอผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกงอีกที ซึ่งรัฐบาลไทยได้ติดตามเหตุการณ์การประชุมต่อต้านในประเทศฮ่องกงอย่างใกล้ชิด แล้วก็ขอให้พลังใจกับทุกฝ่ายให้ปรับแก้เหตุการณ์ได้อย่างสันติวิธี ดังนี้ เชื่อถือในภาวะความเป็นผู้นำของผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกงจะขจัดปัญหาโดยตั้งมั่นถึงคุณประโยชน์และก็อนาคตของคนฮ่องกง

ทางด้าน ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกง ขอบพระคุณนายกฯที่เปิดโอกาสสำหรับในการเข้ายอดเยี่ยมนับถือคราวนี้ พร้อมบอกว่ายินดีที่ได้เดินทางเยี่ยมไทยอย่างเป็นทางการ ขอบพระคุณสำหรับพลังใจจากเพื่อนแท้ แล้วก็เชื่อถือว่าเหตุการณ์ในประเทศฮ่องกงจะคลี่คลายไปในทางที่ดีในเร็ววันนี้

นอกนั้น อีกทั้ง 2 ข้าง ยังยกย่องความเชื่อมโยงระหว่างไทย-ประเทศฮ่องกง ที่มีความก้าวหน้าเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมในหลายมิติในตอนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา นายกฯยกย่องผลของการสัมมนาระดับที่ถือว่าสูงกล่าวถึงความร่วมแรงร่วมใจระหว่างไทย-เขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกง เมืองจีน ครั้งที่ 24 ชั่วโมงนี้ ที่บรรลุผลสำเร็จด้วยดี แล้วก็ขอบพระคุณที่รัฐมนตรีกิจการค้าและก็ปรับปรุงเศรษฐกิจประเทศฮ่องกง ที่ได้นำภาควิชานักธุรกิจประเทศฮ่องกงกว่า 50 คน มาร่วมงานเมื่อวานนี้ ดังนี้ ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกง ได้เอ๋ยถึงการบรรลุเป้าหมายจากการสัมมนาที่จะทำให้เกิดความร่วมแรงร่วมใจสำคัญระหว่างไทย-ประเทศฮ่องกงในอนาคต

อย่างไรก็แล้วแต่ พลเอกประยุทธ์ และก็ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกง มีความเห็นด้วยกันถึงจังหวะด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคทวีปเอเชีย ก็เลยพร้อมร่วมมือกันเร่งรัดการเชื่อมต่อเชิงที่มีความสำคัญในการรบเพื่อได้ผลเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม อาทิเช่น การเชื่อมต่อระหว่างหลักการการพัฒนาของไทย ตัวอย่างเช่น เมืองไทย 4.0 EEC แล้วก็ “Connecting the Connectivities” กับข้อเริ่ม “หนึ่งแถบ หนึ่งทาง” (Belt and Road Initiative: BRI) ของจีน ซึ่งประเทศฮ่องกงมีหน้าที่สำคัญสำหรับเพื่อการขับ Greater Bay Area ตลอดจน การผลักดันและสนับสนุนความร่วมแรงร่วมใจเศรษฐกิจใหม่ SMEs Start-ups การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และก็การแลกเปลี่ยนทำความเข้าใจด้านการทำการค้นคว้าวิชัยและทำการพัฒนา

ในโอกาสนี้ พลเอกประยุทธ์ ได้ขอบพระคุณผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกง ที่ให้ความใส่ใจกับการพัฒนาความข้องเกี่ยวกับไทย ในฐานะที่ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกงเชื่อในศาสนาคริสต์ แล้วก็เมื่ออาทิตย์ที่แล้วสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสได้เสด็จเยี่ยมไทย ก็เลยขอส่งผ่านพระพรจากท่านแก่ผู้บริหารสูงสุดเขตบริหารพิเศษประเทศฮ่องกงด้วย.…

รวบ เสรี กล่ำฉนวน มือยิงบ่อขยะลำคลองด่าน ออกเรือนจำ-ขนไอซ์ 200 กิโลกรัม

เสรี กล่ำฉนวน

จับ เสรี กล่ำฉนวน อดีตกาลมือปืนยิงแกนนำต้านบ่อขยะลำคลองด่าน หลังติดคุกตลอดชีพ ก่อนได้ลดหย่อนโทษออกมา แล้วตั้งตัวเป็นหัวหน้าค้าสารเสพติด ลอบขนยาไอซ์ 200 กิโลกรัม พร้อมพวกรวม 5 คน ก่อนถูกรวบ ตำรวจจัดเตรียมตามยึดทรัพย์สินอีก 195 ล้านบาท

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน62 ที่กองควบคุมตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร นายวิบูลย์ รัตทุ่งนาภรณ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดชุมพร พลตำรวจตรีเจษฎา ใยสุ่น รอง ผบช.ภ.8 พลตำรวจตรีสะอาด ป้องกันทิศตะวันออก ผบกรัมภ.จังหวัดจังหวัดชุมพร พลตรีพรชัย อินทนู ผู้บังคับบัญชามทบริษัท44 พันตำรวจเอกจังหวัด นาคหกวิค ผู้กำกับการสส.ภ.จังหวัดจังหวัดชุมพร พันตำรวจเอกฉลาดหลักแหลม พลนาการ ผู้กำกับการสภ.มาบอมฤต ด้วยกันแถลงผลของการจับกลุ่มค้าสิ่งเสพติด 5 ราย หลักฐานยาไอซ์ 200 กก. ค่า 600 ล้านบาท พร้อมรถยนต์ขนยาไอซ์ 1 คัน รวมทั้งรถยนต์นำทางดูด่านตรวจ 2 คัน

สำหรับกลุ่มค้าสารเสพติดอีกทั้ง 5 รายเป็น ผู้ต้องหาที่ 1 นายเฉลิมพล หรือโอ๋ ประเทศ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 กลุ่มที่ 2 ตำบลสลกบาตร อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดจังหวัดกำแพงเพชร ปฏิบัติหน้าที่ขับขี่รถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นขว้างเจโร่ สีเทา ทะเบียน 9 กค 8464 จังหวัดกรุงเทพมหานคร บรรทุกยาไอซ์หลักฐาน 200 กิโล ผู้ต้องหาที่ 2 นายฉัตรชัย หรือแขน อยู่กลัด อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 กลุ่มที่ 4 ตำบลหน้าโคก อำเภอผักไห่ จังหวัดอยุธยา นั่งขึ้นรถหน้ารถยนต์ข้างผู้ขับที่บรรทุกยาไอซ์หลักฐาน ผู้ต้องหาที่ 3 นายศุภชัย หรือหิน เข็มเล็ก อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/2 กลุ่มที่ 2 ตำบลหนองโสม อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดเพชรบูรณ์ ปฏิบัติภารกิจขับขี่รถยนต์ฮอนด้า สีดำ รุ่นซีอาร์วี ทะเบียน แขน 8036 จังหวัดนครปฐม นำทางดูทีท่าด่านตรวจ

ผู้ต้องหาที่ 4 นายเสรี หรือหนุ่ย กล่ำฉนวน อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 351 กลุ่มที่ 12 ตำบลเขาทองคำ อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดจังหวัดนครสวรรค์ ปฏิบัติหน้าที่ขับขี่รถยนต์ฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีดำ ทะเบียน ฌฐ 9556 จังหวัดกรุงเทพ นำทางดูทีท่าด่านตรวจ รวมทั้งผู้ต้องหาที่ 5 นายเอนก หรือเหนก โพธิ์มล อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 351/1 กลุ่มที่ 12 ตำบลเขาทองคำ อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดจังหวัดนครสวรรค์ นั่งขึ้นรถมาข้างคนขับยนต์ รอช่วยนำทางดูด่านตรวจ

พลตำรวจตรีบริสุทธิ์ แถลงผลของการจับตัวว่า ต่อเนื่องจาก พันตำรวจเอกเฉลี่ยวฉลาด

พลนาการ ผู้กำกับการสภ.มาบอมฤต ปฏิบัติภารกิจหัวหน้าด่านตรวจความมั่นคงยั่งยืนประตูภาคใต้ พันตำรวจเอกจังหวัด นาคหกวิค ผู้กำกับการสส.ภ.จังหวัดจังหวัดชุมพร ร่วมกับ

ทหาร ตั้งด่านตรวจตามแผนการคุ้มครองปราบสิ่งเสพติดของรัฐบาลรอบๆบ้านพละ ถนนหนทางเพชรเกษม กลุ่ม 3 ตำบลเขาไชยราช อำเภอปะทิว จังหวัดจังหวัดชุมพร ขณะตั้ง

ด่านข้าราชการประจำจุดสกัดพิจารณาเจอมีคนขับรถยนต์หลบด่านตรวจโดยหลีกเลี่ยงไปใช้ถนนหนทางเลาะหาดทรายสายบางสะพาน-จังหวัดชุมพร มุ่งหน้าไปทางด้านใตน

ปริมาณ 3 คัน ซึ่งสงสัยว่าจะเป็นรถยนต์ในกรุ๊ปวิธีการลักลอบลำเลียงสารเสพติด ก็เลยนำกำลังออกติดตามจนถึงสามารถจับได้ขณะหยุดเติมน้ำมันอยู่ในปั๊มแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบล

ทุ่งค้าง อำเภอเมือง จังหวัดจังหวัดชุมพร พร้อมหลักฐานยาไอซ์ 200 โล อยู่ในรถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นขว้างเจโร่ สีเทา ทะเบียน 9 กค 8464 จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่มีผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ขับ

จากการไต่สวนรู้ดีว่า ยาไอซ์ทั้งหมดทั้งปวง 200 โล ลักลอบนำผ่านแม่น้ำโขงมาจากประเทศเพื่อนบ้านทางแถบจังหวัดภาคเหนือ แล้วลำเลียงเข้ามาพักเอาไว้ภายในพื้นที่

จังหวัดจังหวัดปทุมธานี แล้วหลังจากนั้นผู้ต้องหาอีกทั้ง 5 คนได้ไปรับช่วงรับจ้างขนท่องเที่ยวละ 5 แสนบาท เพื่อส่งต่อไปยังจุดหมายรอบๆทางแยกเก้าเส้ง อำเภอเมือง จังหวัด

จังหวัดสงขลา โดยแบ่งภาระหน้าที่กันทำเป็นใช้รถยนต์ขับนำทาง 2 คัน รอตรวจสอบทางเพื่อเลี่ยงด่านตรวจ แล้วก็ใช้รถยนต์มิตซูบิชิ รุ่นขว้างเจโร่ สีเทา ทะเบียน 9 กค 8464 จ.กรุงเทพฯ บรรทุกยาไอซ์หลักฐานทั้งผอง จนกว่ามาโดนจับจับได้ชูกลุ่มดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น…

เฉลิมชัย ลุยจังหวัดชุมพรชูสหกรณ์นิคมท่าแซะ ปรับปรุง ยกฐานะมาตรฐาน สร้างรายได้

เฉลิมชัย ลุยใต้ เปิดการประชุมกลุ่มใหญ่สามัญรายปี ครั้งที่ 49 ของสหกรณ์นิคมท่าแซะ จำกัด จังหวัดชุมพร กระตุ้นสมาชิกด้วยกันปรับปรุงยกฐานะมาตรฐาน เพิ่มรายได้สหกรณ์

นาย เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการเกษตรรวมทั้งสหกรณ์ เผยตอนหลังเปิดการประชุมกลุ่มใหญ่สามัญรายปี ครั้งที่ 49 ของสหกรณ์นิคมท่าแซะ จำกัด ณ สหกรณ์นิคมท่าแซะ

จำกัด จังหวัดจังหวัดชุมพร ว่า นิคมสหกรณ์ท่าแซะ จังหวัดจังหวัดชุมพร ได้เก็บพลเมืองที่ไม่มีที่ดินสำหรับประกอบอาชีพเป็นของตัวเอง หรือมีแม้กระนั้นไม่พอ ให้เข้ามาก่อสร้างทำกินในที่ดินที่ราชการแบ่งสรรให้โดยผ่านการคัดสรรของคณะกรรมการฯ ที่แต่งโดยรัฐมนตรีว่าการเกษตรฯ ให้ย้ายถิ่นครอบครัวเข้าไปอยู่ภายในเขตพื้นที่ซึ่งได้รับการจัดสรรดำเนินการเสนอแนะให้ผู้ครอบครองที่ทำมาหากินโดยไม่ผิดกฎหมาย

สำหรับกิจกรรมที่เป็นลักษณะเด่นของสหกรณ์ฯ นี้ เป็น การดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร สินเชื่อ หาแหล่งเงินทุนให้สมาชิกกู้เงิน สาเหตุสำหรับการผลิต ธุรกิจหาผลิตภัณฑ์มาจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์อุปโภค-บริโภค ธุรกิจวิชาการแล้วก็สนับสนุนการกสิกรรม รวมทั้งธุรกิจเก็บผลิตผลโดยยิ่งไปกว่านั้นปาล์มน้ำมัน ในตอนที่ผลิตผลปาล์มน้ำมันล้นตลาดไม่สามารถที่จะจัดจำหน่ายผลิตผลได้ตามความปรารถนาของสมาชิกทุกท่าน ฉะนั้น ความเห็นห้องประชุมใหญ่ของสหกรณ์ให้คณะกรรมการปฏิบัติงานหาแหล่งเงินทุนสร้างโรงงานเพื่อรองรับผลิตผลรวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มของปาล์มน้ำมัน ผลพวงจากการโรงงานมีปัญหาด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพในอนาคตได้ เพื่อคุ้มครองปกป้องปัญหาดังที่กล่าวถึงแล้ว สหกรณ์ฯ ก็เลยสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟจากน้ำเสีย ซึ่งนอกเหนือจากการจัดการกับปัญหาให้แก่สมาชิกแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับสหกรณ์ รวมทั้งเป็นการลดการนำเข้าพลังงานของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งสหกรณ์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้วนี้ ส่งผลการจัดระดับชั้นสหกรณ์ที่ระดับชั้น 2 รวมทั้งส่งผลการจัดมาตรฐานสหกรณ์ที่ระดับที่ถือว่าไม่ดี เดี๋ยวนี้มีสมาชิกทั้งหมด 3,994 คน

ดังนี้ สหกรณ์ได้รับการส่งเสริมงบประมาณจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรฯ ตามแผนการไทยนิยมจีรังยั่งยืน ปีงบประมาณ พุทธศักราช 2561 เพื่อก่อสร้างโรงปกคลุมลานสต๊อกปาล์ม ปริมาณ 4,970,000 บาท สหกรณ์จ่ายเงินสมทบ ปริมาณ 497,000 บาท โดยก่อสร้างเสร็จตอนวันที่ 8 ธ.ค. 2561 นอกเหนือจากนี้ สหกรณ์มีแผนสำหรับการเกื้อหนุนสมาชิกของสหกรณ์ในอนาคต โดยทำแผนการ ปริมาณ 2 แผนการ เป็น 1) โครงงานแปลงชนิดปาล์มน้ำมันจำพวกดีตอบแทนต้นปาล์มเดิม รวมทั้ง 2) โครงงานปรับปรุงแก้ไขทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นขั้นตอนการผลิตน้ำมันปาล์มรวมทั้งแนวทางการผลิตกระแสไฟจากไบโอก๊าซ

ถ้าหากพวกเราให้ความใส่ใจกับระบบสหกรณ์ จะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้ญาติเกษตรกรมีชีวิตอย่างสุขสบายได้ ซึ่งสหกรณ์ที่จะประสบผลสำเร็จ ควรมีสมาชิกที่ดีรวมทั้งมีคุณภาพ นอกเหนือจากนี้ยังควรจะมีผู้บริหารที่ดีด้วย ซึ่งควรมีความดี มีความรู้ความสามารถ ความรู้ความเข้าใจ และก็ความเสียสละ สำหรับในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ มีหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเป็นคนดูแลให้กับสหกรณ์สำหรับเพื่อการดูแลงานรวมทั้งขจัดปัญหาที่นอกจากสหกรณ์จะควบคุมได้ ซึ่งในวันนี้ผมได้โอกาสที่ได้เข้ามาดูแลสหกรณ์ทั่วราชอาณาจักร ก็เลยมุ่งที่จะผลักดัน ส่งเสริม รวมทั้งเติมเต็มในส่วนที่ขาดให้กับญาติพี่น้องเกษตรกร รวมทั้งหวังว่าจะมีผลให้การดำรงชีวิตของญาติพี่น้องเกษตรกรเยี่ยมที่สุด…

ฆ่าหั่นศพแม่แช่ลงในตู้เย็น ลูกชายโหดเหี้ยม เรียนวิศวะปี 2

ฆ่าหั่นศพแม่ สยดสยองกลางกรุง นิสิตหนุ่มปี 2 มหาวิทยาลัยดังป่วยไข้ ซึมเศร้าใช้มีดแทงแม่ร่างพรุน ก่อนหั่นศพเป็นท่อนๆ ยัดตู้เย็นใน บ้านบริเวณท่าผ่าน เพื่อนพ้องคนตายสงสัย

ติดต่อมิได้ ขับขี่รถมาหาที่บ้านพร้อมลูกน้อง มองเห็นลูกชายอยู่ในบ้าน ถามแม่ไปไหนบอกไม่เคยทราบ แต่ว่าการกระทำน่าสงสัยเพราะเหตุว่ารถยนต์คนตายยังหยุดอยู่ประกอบกับรู้มาก่อนลูกชายผู้เสียชีวิตป่วยไข้ ส่วนลูกน้องที่มาด้วยเดินไปเปิดตู้แช่เย็นถึงกับร้องเสียงหลง เจอส่วนประกอบศพแม่ถูกยัดอยู่ด้านใน จังหวะเดียวกันจำต้องสะดุ้งซ้ำสองเมื่อลูกคน

เสียชีวิตชักปืนจ่อขมับยิงตัวตายไปอีกคน ทั้งสอง จำต้องวิ่งขึ้นไปหลบบนชั้นสองควบคุมสติ ก่อนโทร.แจ้งตำรวจเหตุลูกชายป่วยไข้ซึมเซา ฆ่าแม่หั่นศพสยดสยองยัดตู้แช่เย็นก่อนยิงตัวตายตาม เผยขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 เดือนพฤศจิกายน ร้อยตำรวจเอกนพดล หันภาพ รอง สว.

(สืบสวน) สถานีตำรวจท่าผ่าน รับแจ้งมีเหตุฆ่าหั่นศพ ยัดตู้แช่เย็น ในบ้านเลขที่ 17 ตรอกท่าผ่าน 28 แยก 6 ตำบลแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ไปสำรวจพร้อม พลตำรวจตรีโชคชัย สวยตระกูล ผบกรัมน.9 พันตำรวจเอกธีระ เถระพัฒน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจท่าผ่าน ข้าราชการข้างสอบปากคำ หมอนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช แล้วก็หน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

จุดเกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ตรวจดูในตู้แช่เย็นขนาดใหญ่ ปริมาตร 7.9 คิว แบรนด์ชาร์ป ตั้งอยู่ด้านล่างตรงหัวกะไดทางขึ้นชั้น 2 เจอภาพสยดสยองเป็นส่วนประกอบร่าง

มนุษย์ถูกฆ่าตายหั่นศพแยกเป็นชิ้นๆมีทั้งยังเอามาแช่ทั้งยังอวัยวะโดยไม่มีอุปกรณ์หุ้มห่อ บางชิ้นถูกใส่ใส่ถุงก๊อบแก๊บขนาดต่างๆถูกแช่เอาไว้ภายในช่องฟรีซชั้น 2 ของตู้แช่เย็นใบดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จากการรวบรวมส่วนประกอบที่ถูกหั่นและก็เจออยู่ในตู้แช่เย็น มีทั้งผอง 5 ส่วน มี 1.หัวตั้งแต่ตอนคอขึ้นไป 2.แขนตั้งแต่ตอนไหล่ข้างขวา 3.แขนตั้งแต่ตอน

ไหล่ข้างซ้าย 4.รอบๆบั้นท้ายลงไปจนกระทั่งขาอีกทั้ง 2 ข้าง และก็ 5.ร่างกายส่วนลำตัวเต็มไปด้วยรอยแผลถูกของมีคมทิ่มแทงอีกทั้งข้างหน้ารวมทั้งข้างหลังนับ 10 ที่ โดยก้อนเนื้อ

อกทางด้านขวาหายไป ยิ่งกว่านั้น ด้านในชักโครกส้วมด้านล่าง ยังเจออวัยวะเครื่องในมนุษย์อีกจำนวนหลายชิ้น ข้าราชการมอบให้อาสมัครมูลนิธิฯเก็บองค์ประกอบร่างกายและก็อวัยวะที่เจอในชักโครก ออกมาตรวจทานพื้นฐาน ก่อนนำส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศิริราช เพื่อพิสูจน์อย่างพิถีพิถันถัดไป

สำหรับร่างคนเสียชีวิตที่ถูกฆาตกรรมโหดเหี้ยมก่อนถูกหั่นสยดสยองรู้ชื่อถัดมาเป็น นางสาวยุยงรีย์ เถาวัลย์ อายุ 42 ปีเจ้าของบ้าน ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับไฟแนนซ์รถยนต์ ส่วนผู้ต้อง

สงสัยก่อเหตุฆ่า นางสาวยุยงรีย์ มั่นใจว่าเป็นลูกชายคนเสียชีวิตเป็น นายศีรษะ สมบารมี อายุ 20 ปี นิสิตชั้นปีที่ 2 แผนกวิศวะคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทวดา ได้พากเพียรใช้ปืน .38 ยิงตัวตายและก็ตามด้วยการจ่อยิงที่ขมับขวากระสุนทะลุขมับซ้าย บาดเจ็บอย่างรุนแรง ถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาลนครธน ไปก่อนหน้า หมออุตสาหะยื้อชีวิต แม้กระนั้นในที่สุดเสียชีวิตในเวลาถัดมา

จากการไต่สวน นางสาววรนุช วงษ์ชัย อายุ 35 ปี เพื่อนผู้ร่วมการทำงานของ นางสาวยุยงรีย์ ผู้เจอศพให้การด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นตกใจกับเรื่องราวสยดสยองที่ค้นพบว่า ตนแล้วก็คนตายด้วยกันทำธุรกิจเกี่ยวกับไฟแนนซ์รถยนต์เมื่อคืนนี้ก่อนหน้าที่ผ่านมาตั้งแต่เวลาโดยประมาณ 20.00 น. ได้โทรหาผู้เสียชีวิตบ่อยครั้งเพื่อจะคุยกันเรื่องธุรกิจ แม้กระนั้นไม่สามารถที่จะติดต่อได้ จนถึงวันนี้ตอนเวลาบ่ายได้มาหาผู้เสียชีวิตที่บ้านพร้อมนายบุญชัย ความมีชีวิตอยู่ณรงค์ อายุ 42 ปี ลูกน้อง มองเห็นรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ ทะเบียน 3 กจ 1116 กรุงเทพฯ ของ นางสาวยุยงรีย์หยุดอยู่ เมื่อเข้าไปในบ้านเจอนายหัวบุตรคนตายยังสวมชุดแต่งกายนิสิต ได้สอบถามหาแม่เจ้าตัวอ้างถึงว่ามองไม่เห็น

นางสาววรนุชให้การต่อด้วยน้ำเสียงที่ตระหนกตกใจไม่หายว่ากล่าว ขณะสนทนากับนายศีรษะ ซึ่งทราบความเป็นมาว่าป่วยด้วยโรคไม่มีชีวิตชีวา แล้วก็มักทะเลาะกับแม่ตนเอ

งบ่อยๆ มองเห็นความประพฤติแปลกๆประกอบกับกระเป๋าแล้วก็เงินทองที่คนตายใช้ยังวางอยู่ในบ้านมั่นใจว่าคงจะมีเรื่องมีราวไม่ปกติเกิดขึ้น ได้ร้องตะโกนเรียกผู้เสียชีวิตแม้กระนั้นไม่มีเสียงตอบรับ ช่วงเวลาเดียวกัน นายบุญชัย ลูกน้องที่มาด้วยเดินไปเปิดตู้แช่เย็นถึงกับตกอกตกใจร้องสุดเสียงเมื่อเจอองค์ประกอบมนุษย์ยัดอยู่ รวมทั้งจำเป็นต้องสะดุ้งซ้ำสองในจังหวะไล่เลี่ยกัน เมื่อนายหัวที่ยืนอยู่ใกล้ๆจับปืนมาจากไหนไม่รู้จักจ่อยิงที่ขมับขวาตนเอง 1 นัดหมายกระทั่งหงายท้องล้มลง ตนและก็ลูกน้องจำต้องรีบวิ่งขึ้นไปหลบบนชั้น 2 พอเพียงควบคุมสติได้ รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาวิเคราะห์ในทันที

เวลาที่ พลตำรวจตรีโชคชัย สวยตระกูล ผบกรัมน.9 พูดว่า บ้านข้างหลังนี้มีคนตายกับบุตรอยู่กันเพียงแค่ 2 คน มานาน 3 ปี เหตุเพราะ นางสาวยุยงรีย์กับผัวแยกทางกัน ซักถามเครือญาติๆที่เดินทางมาดูศพรู้ว่า ลูกชายมีอาการป่วยด้วยโรคเหงาหงอยจำเป็นต้องรักษาอาการกับหมอมาได้โดยประมาณ 2 ปี ประกอบกับในบ้านจุดเกิดเหตุเจอยารักษาโรคเซื่องซึม พร้อมชุดเครื่องมือมีดหุงหาอาหารชำระล้างเก็บไว้ภายในครัวเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย คาดว่าข้างหลังก่อเหตุลูกชายผู้เสียชีวิตได้ชำระล้างจุดเกิดเหตุไปแล้วนิดหน่อย แต่ ต่อจากนี้จะนำชุดมีดปรุงอาหารรวมถึงองค์ประกอบศพส่งกองพิสูจน์หลักฐานรวมทั้งหมอเพื่อพิจารณาถัดไป…